
งานดอกเสี้ยวบานที่ภูชี้ฟ้า
|
จัดระหว่างในราวเดือนมกราคม มีการแข่งขันกีฬาและการแสดงศิลปวัฒนธรรมชาวดอย
บริเวณบ้านร่มฟ้าไทย อำเภอเทิง
|
|
| |
งานไหว้สาพญาเม็งราย
|
จัดช่วงปลายมกราคม - กุมภาพันธ์ จัดให้มีพิธีบวงสรวงพ่อขุนเม็งรายมหาราช
มีการออกร้าน จัดนิทรรศการของส่วนราชการและเอกชน
และงานรื่นเริงอื่นๆ
ประวัติ/ความเป็นมา
เม็งรายมหาราชกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพ่อขุนเม็งรายมหาราช
ที่ทรงสร้างเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 26 มกราคม
พ.ศ.1805 และเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีชาวล้านนา
ตลอดจนนำเสนอผลงานความก้าวหน้าของส่วนราชการต่างๆ
เพื่อจัดหารายได้สำหรับใช้ในกิจการโดยเฉพาะสนับสนุนงานสาธารณสุขของจังหวัด
กำหนดการจัดงาน
จังหวัดเชียงรายกำหนดจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช
ประจำปี 2550 ในระหว่าง วันที่ 26 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์
2550 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณฝูงบิน 416 เชียงราย
(สนามบินเก่า)
กิจกรรม/พิธี
กิจกรรมภายในงานมีดังนี้ งานจัดนิทรรศการของส่วนราชการ
อำเภอ/กิ่งอำเภอ สถาบันการศึกษาและมูลนิธิต่างๆ
การประกวดธิดาดอย และการประกวดร้องเพลง การออกร้านของเหล่ากาชาดจังหวัด
การจัดงานของภาคเอกชน โดยมีการเก็บเงินค่าผ่านประตู
ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ภายในงานชมฟรีตลอดงาน
|
|
| |
เทศกาลชิมชาและดอกซากุระบาน
|
วันที่จัดงาน ปลายเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ก.พ.
จัดบนดอยแม่สลอง อ.เม่จัน ในช่วงฤดูหนาวที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง
กิจกรรม/พิธี
ชมดอกซากุระหรือนางพญาเสือโคร่งออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งริมถนนบนดอยแม่สลองมีการสาธิตวิธีชงชาและนิทรรศการปลูกชา
ชมการประกวดธิดาชาและการแสดงของชาวเขา
|
|
| |
งานชิมชาวาวี
|
จัดปลายเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ก.พ. จัดบนดอยวาวี
อ. แม่สรวย
กิจกรรม/พิธี
มีการสาธิตการปลูกชา ชงชา และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชิมชา
โดยมีการประกวดธิดาชาวดอยและการแสดงของชาวเขา
|
|
| |
งานเชียงรายดอกไม้บาน
|
จัดระหว่างในราวเดือนธันวาคม ถึงเดือน มกราคม
กิจกรรม/พิธี
การจัดสวนดอกไม้ ประกวดการจัดสวนดอกไม้ โชว์กล้วยไม้ดอกไม้ นานาชนิด
|
|
| |
งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง
|
จัดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นงานอันยิ่งใหญ่ของชาวล้านนาที่ร่วมกันจัดขึ้น
เพื่อแสดงถึง ความจงรักภักดีและแสดงความเคารพเทิดทูนที่มีต่อแม่ฟ้าหลวงของชาวล้านนา
ประวัติ/ความเป็นมา
งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง เป็นงานอันยิ่งใหญ่ของชาวล้านนาที่ร่วมกันจัดขึ้น
เพื่อแสดงถึง ความจงรักภักดีและแสดงความเคารพเทิดทูนที่มีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
หรือแม่ฟ้าหลวง ของชาวล้านนา นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของ ชาวล้านนา ซึ่งสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายได้ริเริ่มจัดกิจกรรมประจำปีของไร่แม่ฟ้าหลวงขึ้น
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ผู้ที่มีอุปการะคุณต่อ พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะชาวเหนือ
ทั้งคนเมืองและชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ
กำหนดการจัดงาน
ประมาณวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ บริเวณไร่แม่ฟ้าหลวง
ของทุกปี
กิจกรรม/พิธี
สถานที่จัดงาน คือ "ไร่แม่ฟ้าหลวง" มีเนื้อที่ทั้งหมด
๔๘ ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ ๖ กิโลเมตร
งานเริ่มขึ้นในตอนบ่าย มีการเปิด "ตลาดวัฒนธรรม"
หรือในภาษาพื้นเมืองว่า "กาดมั่ว คัวฮอม"
เป็นการจำลองสภาพของตลาดในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาไทยในอดีต
แสดงให้เห็นถึงชีวิต ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชาวล้านนาในสมัยนั้น
สินค้าจะเป็นประเภทสิ่งของเครื่องใช้ งานหัตถกรรม
ในครัวเรือน อาหาร และขนมพื้นเมืองต่างๆ ซึ่งหลายๆ
อย่างหาชมได้ยากในปัจจุบัน ผู้ที่ไปร่วมงานจะมี
ความเพลิดเพลินในการเลือกซื้อสินค้า สำหรับบรรดาแม่ค้านั้นเป็นอาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค
พะเยา เชียงใหม่ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และเชียงราย
ซึ่งจะแต่งกายในชุดไทยพื้นเมืองของแต่ละท้องถิ่น
ผู้ที่ไปร่วมงานต่างประทับใจกับตลาดทางวัฒนธรรมแห่งนี้มาก
ทำให้คนที่ไปร่วมงานมีความรู้สึกเหมือนได้ ย้อนอดีตไปอยู่ในเหตุการณ์เมื่อหลายร้อยปีก่อน
นอกจากการจำหน่ายสินค้าแล้ว ภายในตลาดวัฒนธรรมยังมีการจัดเวทขนาดใหญ่
ยกพื้น สูงสำหรับเป็นที่แสดงการฟ้อนรำ และดนตรีพื้นเมืองของแต่ละจังหวัด
ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ต่อจากนั้นเป็นขบวนแห่ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เมื่อ ครั้งที่พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพ พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรขบวนแห่ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง
เป็นขบวนแห่ ที่งดงามตระการตามีทั้งทางน้ำและทางบก
ขบวนแห่ทางน้ำนั้นเป็นขบวนเชิญเครื่องไหว้สา โดยเหล่าศิลปิน
จากสาขาต่างๆ ส่วนขบวนแห่ทางบกนั้นแบ่งออกเป็น ๓
ตอน คือ แก้วสามส่องหล้า แก้วเก้ามาเมือง และแก้วกล้าสามัคคี
ซึ่งแต่ละขบวนก็มีความงดงาม และความหมายที่แตกต่างกันออกไป
ขบวน "แก้วสามส่องหล้า" เป็นขบวนอัญเชิญพระรัตนตรัย
ซึ่งประกอบด้วยพระพุทธรูป พระธรรม และพระสงฆ์ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านป่างิ้วหอคำร่วมขบวนด้วย
ขบวนต่อมาได้แก่ขบวน "แก้วเก้า มาเมือง"
ประกอบด้วยขบวนเจ้าทางเหนือ ๘ เมือง ขบวนสุดท้ายเป็นขบวน
"แก้วกล้าสามัคคี" เป็นขบวน เชิญกลองหลวงด้วยทหาร
๙๑ นาย ในชุดแต่งกายแบบทหารโบราณ เพื่อแสดงถึงความสามัคคีและการรวม
พลังของคนในชาติ ขบวนแห่ทั้งทางน้ำและทางบกได้มาบรรจบกันที่บริเวณ
"หอคำ" แล้วจึงเคลื่อนขบวนไป ประกอบพิธี
"ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง" ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ภายใน บริเวณไร่แม่ฟ้าหลวง เมื่อเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ
๑๙.๐๐ น. ผู้คนเริ่มทยอยเข้าสู่อัฒจันทร์กลางแจ้งขนาดใหญ่
ซึ่งสามารถจุผู้ชมได้ถึง ๕,๕๐๐ คน เป็นรูปครึ่งวงกลมบนเนินดินสูงไล่ระดับกัน
ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็น การแสดงได้อย่างชัดเจน
และเมื่อเวลามาถึงจะเป็นการแสดงละครธรรมชาติประกอบแสงเสียง
เรื่อง "ศิขรินทร์รัญจวน" (เรื่องการแสดงนี้อาจจะเปลี่นแปลงไปเป็นเรื่องต่างๆ
กันในแต่ละปี) งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระศรี-นครินทราบรมราชชนนี
หรือแม่ฟ้าหลวงแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวัฒนธรรม ของชาวล้านนา แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของผู้จัดงานทุกฝ่าย
และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายอีกอย่างหนึ่ง
(นิเวศ จิระเลิศพงศ์ชัย, ๒๕๓๐ : ๒๑-๒๖, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
: ๒๕๓๑)
|
| |
งานประเพณีสงกรานต์และแข่งเรือเมืองเชียงแสน
|
จัดขึ้นประมาณกลางเดือนเมษายน ในงานมีขบวนแห่และสรงน้ำพระเจ้าล้านทอง
การแข่งเรือ และการละเล่นพื้นเมืองและมหรสพ จัดบริเวณอำเภอเชียงแสน
กิจกรรม/พิธี
มีการแห่และสรงน้ำพระเจ้าล้านทอง รวมทั้งมีการแข่งเรือสามชาติ
(ไทย-ลาว-พม่า) ชมการละเล่นพื้นเมืองและมหรสพมากมาย
รวมถึงการประกวดธิดาสามเหลี่ยมทองคำ
|
|
| |
งานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองเชียงราย
|
จัดขึ้นประมาณกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี การประกวดขบวนรถและธิดาลิ้นจี่
และการออกร้าน บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย
ประวัติ/ความเป็นมา
การส่งเสริมการเกษตร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
ได้เริ่มมีการส่งเสริมให้มีการ ปลูกลิ้นจี่ในจังหวัดเชียงราย
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งในระยะแรกชาวบ้านไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก
แต่ หลังจากที่ทดลองปลูกใน ๔ ปีให้หลังต่อมา ชาวเชียงรายเริ่มเห็นคุณค่าในการปลูกลิ้นจี่
ทำให้พันธุ์ต้นลิ้นจี่ ขายดีมาก จนถึงปี ๒๕๒๐ สวนลิ้นจี่ในจังหวัดเชียงรายก็เพิ่มมากขึ้นเป็น
๕,๐๐๐ ไร่ และพอถึงปี ๒๕๒๔ ก็มีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่เพิ่มขึ้นเป็น
๑๐,๐๐๐ ไร่
พันธุ์ลิ้นจี่ที่ปลูกกันอยู่ในจังหวัดเชียงรายเป็นพันธุ์ที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ของอุณหภูมิ
และระดับความสูงของพื้นที่ พันธุ์ที่รสชาติดีและมีชื่อเสียงที่สุด
ได้แก่ พันธุ์ฮงฮวย และโอเฮียะ ซึ่งในช่วง ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมมักจะเป็นช่วงที่ลิ้นจี่ออกผล
เหมาะที่จะตัดจำหน่าย เพื่อเป็นการส่งเสริม และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับลิ้นจี่
จึงมีการจัดงานวันลิ้นจี่ขึ้น
กำหนดการจัดงาน
ประมาณวันที่ ๒๒ - ๒๔ พฤษภาคม ของทุกปี
กิจกรรม/พิธี
งานวันลิ้นจี่ครั้งแรกนั้นจัดขึ้นที่สวนสาธารณะเทศบาลหลังพระราชานุสาวรีย์พ่อขุนมังราย
มหาราช ต่อมาย้ายมาจัดที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย
ภายในงานมีการประกวดลิ้นจี่ จัดตลาด นัดลิ้นจี่
และผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ พร้อมกันนั้นทุกๆ ปีก็จะมีการประกวดธิดาลิ้นจี่อีกด้วย
|
|
| |
ประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน
|
ในวัน เป็งปุ๊ด หรือ เพ็ญพุธ เป็นการตักบาตรยามเที่ยงคืนในคืนวันเพ็ญขึ้น15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธ โดยในแต่ละปีอาจจะมีเพียงครั้งเดียว มากกว่าหนึ่งครั้ง หรือไม่มีเลยก็เป็นได้ พบมากในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะในเชียงใหม่ และเชียงราย เนื่องจากได้รับเอาอิทธิพลจากพม่ามาเมื่อครั้งอาณาจักรล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า
ตามตำนานเชื่อว่าวันเป็งปุ๊ดเป็นวันที่ พระอุปคุต หรือ พระบัวเข็ม ผู้เปี่ยมด้วยพุทธานุภาพ และฤทธิ์เดชเกรียงไกร มีชื่อเสียงในการปราบพญามารและกำจัดสิ่งชั่วร้ายและเป็นพระเถระสำคัญในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชจะละบำเพ็ญฌานจากใต้ท้องสมุทร เพื่อมาโปรดสัตว์โลก โดยจะปลอมตัวเป็นเณรน้อยออกบิณฑบาตในยามเที่ยงคืน หากผู้ใดได้ทำบุญตักบาตรกับพระอุปคุตแล้วเชื่อว่าจะได้รับบุญมาก ร่ำรวย เป็นสิริมงคล และได้รับความคุ้มครองจากพระอุปคุต จึงทำให้ชาวล้านนาเตรียมจัดเตรียมอาหารและออกมาใส่บาตรกันในยามค่ำคืนเป็นจำนวนมาก |
|
| |
งานเทศกาลดอกบัวตองบาน
|
จะจัดในเดือนพฤศจิกายน มีการแสดงของชาวเขาเผ่าต่าง
ๆ ชมทุ่งบัวตอง น้ำตก และทะเลหมอก บริเวณบ้านหัวแม่คำ
อำเภอแม่ฟ้าหลวง
กิจกรรม/พิธี
ชมทุ่งบัวตองและทะเลหมอก นอกจากนี้ยังมีการแสดงของชาวเขาเผ่าต่างๆ
ให้ชมด้วย
|
|
| |
ประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอีก้อ
|
ชาวอีก้อหรือที่เรียกตนเองว่า "อาข่า"
มีเชื้อสายจากจีน-ธิเบต เดินทางอพยพมาอยู่บริเวณ
ชายแดนไทย-พม่า แถบตอนเหนือของลำน้ำกก โดยเฉพาะอำเภอแม่จัน
และแม่สาย การโล้ชิงช้าเป็นการขึ้นไปขอพรและแสดงความรำลึกถึงพระคุณของเทพธิดาแห่ง
สรวงสวรรค์ ผู้ประทานความชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์ให้กับพืชพันธุ์ธัญญาหาร
อีกทั้ง ยังเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษอีกด้วย จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม
|
|